ร้านหนังสือ
posted on 09 Feb 2007 20:02 by greentale in MillionHeadStoriesชอบอ่านหนังสือ เรามาเปิดร้านหนังสือกันดีกว่า
การได้มีชีวิตอยู่กับสิ่งที่รัก ทำงานที่ชอบ คงเป็นความฝันที่ใครๆ อยากลองเอื้อมให้ถึงสักครั้งในชีวิต คนชอบอ่านหนังสือ สนุกสนานกับการโลดแล่นไปในโลกในจินตนาการ ตื่นเต้นกับการเรียนรู้เรื่องราวเป็นไปในโลกจริงผ่านตัวอักษรในกระดาษ ถ้าได้ใช้เวลาทั้งวันอยู่กับหนังสือ ชีวิตคงมีความสุข
ด้วยสมการง่ายๆ แบบนั้น หลายครั้งจึงได้ยินคำชักชวน บางคราวฟังเหมือนประชดประชัน เมื่อเห็นรายจ่ายจำนวนไม่น้อยในแต่ละเดือน หมดไปกับค่าหนังสือ
ในเมื่อชอบอ่านหนังสือนัก ทำไมไม่เปิดร้านเสียเองซะเลย
ครั้งหนึ่งผมก็เคยเคลิ้มไปกับความคิดแบบนั้น ถึงขั้นบรรจุไว้เป็นความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งของชีวิต เมื่อทุกอย่างพร้อม ร้านหนังสือเล็กๆ ที่ผมเป็นคนดูแลจะเกิดขึ้นที่ไหนสักแห่ง
นั่นทำให้ผมมาอยู่ที่นี่ ด้วยข้ออ้างว่าในเมื่ออยากมีร้านหนังสือ ก็ควรจะรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างถึงจะมีได้ จะหาหนังสือที่ไหนมาขาย หามาอย่างไร ต้องใช้ต้นทุนสักเท่าไหร่ ต้องบริหารจัดการอย่างไรถึงจะอยู่ได้
ไม่มีที่ไหนที่จะบอกเรื่องราวที่ว่าเหล่านั้นได้ดีกว่า ที่ร้านหนังสือขนาดเดียวกันที่มีคนทำล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
เวลา 3 ปี นั้นนานจนเกินความอดทนของคนหลายคน 3 ปีกับร้านหนังสือที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของ 3 ปีที่เริ่มจากการเป็นลูกค้า เป็นสมาชิก เป็นผู้ช่วย ร่วมปรึกษาหารือและลงแรงในเรื่องต่างๆ 3 ปีกับชีวิตที่ดูเหมือนหยุดนิ่งจนไม่มีอนาคต 3 ปีที่ผมอ่านหนังสือน้อยลง 3 ปีกับการทบทวนซ้ำแล้วซ้ำอีก ว่าแบบนี้หรือคือชีวิตที่ต้องการ
การเปิดร้านหนังสือไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งดูแลให้อยู่รอดและเพียงพอที่จะจุนเจือชีวิตยิ่งยากขึ้นไปอีกขั้น และการที่ได้อยู่กับหนังสือเกือบตลอดเวลา ก็ใช่ว่าจะทำให้มีโอกาสอ่านหนังสือได้มากขึ้น ตรงกันข้ามหนังสือหลายเล่มได้เพียงเปิดผ่านเพื่อรับรู้เนื้อความคร่าวๆ เอาไว้สะกิดความทรงจำเวลามีคนถามถึงเท่านั้น
ด้วยการที่เป็นธุรกิจค้าขายอย่างหนึ่ง เรื่องต้นทุนและผลกำไรนับเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ และต้องใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งในสมองตระหนักถึงอยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่อยากนักแต่ก็จำเป็น
ร้านหนังสือขนาดเล็กนั้นหมายถึงทั้งขนาดของพื้นที่และปริมาณของทุนเริ่มต้น นั่นเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะต้องจัดสรรให้ลงตัว พื้นที่ขนาดเล็กกำหนดจำนวนหนังสือ เงินลงทุนก็เหมือนกัน จึงเป็นเรื่องบังคับไปในตัว ว่าร้านจำเป็นต้องคัดต้องเลือกหนังสือก่อน ถึงจะตรงกับความต้องการของเจ้าของเองที่ย่อมมีประเภทหนังสือในดวงใจหรือหนังสือโปรดที่อยากขายอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ โดยสะดวก
เนื่องด้วยหนังสือที่วางขายในร้านหนังสือเป็นสินค้าฝากขาย โดยมีสายส่งทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างสำนักพิมพ์และร้านหนังสือ ทำหน้าที่รวบรวมและจัดส่งเพื่อวางขาย เมื่อผ่านเวลาช่วงหนึ่งก็รวบรวมกลับเพื่อหมุนเวียนไปฝากร้านอื่นๆ การจะได้หนังสือมาขายจึงต้องติดต่อผ่านสายส่ง ต้องวางเงินมัดจำเป็นประกัน ต้นทุนเริ่มต้นจึงค่อนข้างสูง ยิ่งต้องการหนังสือจากหลายสำนัก ยิ่งต้องติดต่อผ่านหลายสายส่ง ทุนเริ่มต้นก็เพิ่มขึ้นไปตามนั้น ส่วนจะได้หนังสือตรงตามความต้องการหรือไม่ นั่นยังเป็นอีกเรื่อง ที่อาจกำหนดได้ด้วยการเลือกสายส่ง หนังสือบางเล่มไม่อยากขาย แต่ก็มีติดพ่วงมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ครั้นจะไม่ลำเอียงตัดสินหนังสือเอาตามชอบใจ ที่ว่างก็มีไม่พอจัดวางให้ทุกเล่มได้มีโอกาสถูกพบเห็นเสมอภาคกัน
ร้านหนังสือขนาดเล็กจึงไม่อาจตอบสนองความต้องการของคนอ่านได้ทุกแบบ ไม่สามารถขายหนังสือได้ทุกประเภท การเลือกหนังสือมาขายจึงเท่ากับเป็นการกำหนดบุคคลิกของร้าน และเลือกกลุ่มลูกค้าไปด้วยพร้อมกัน หากหนังสือประเภทที่เลือกขายเป็นที่นิยมกับคนเพียงกลุ่มเล็กๆ ลูกค้าก็น้อยลงไป เมื่อสายส่งจัดส่งหนังสือที่ไม่สอดคล้องกับร้านและกลุ่มลูกค้าของร้านมาให้ ก็อาจขายได้ยากและใช้เวลานาน จนบางครั้งยอดจำหน่ายรวมอาจไม่เป็นที่น่าประทับใจ หรือไม่คุ้มค่าพอที่จะติดต่อจัดส่งหนังสือมาฝากขายต่อ
ทั้งหมดนั่นเป็นความรู้ส่วนหนึ่งที่ได้รู้มาจากช่วงเวลา 3 ปีที่ว่า อาจดูเล็กน้อยและไม่คุ้มค่ากับเวลานานขนาดนั้น ยิ่งการพยายามรักษาสถานะของคนนอกเอาไว้ ก็ทำให้ไม่สามารถละลาบละล้วงไปถึงรายละเอียดเชิงธุรกิจมากเกินไปนัก แต่ความทดท้อของเจ้าของร้านที่แสดงให้เห็นเป็นระยะๆ ก็พอจะทำให้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายและสนุกอย่างที่คิด
เรื่องบางเรื่องจึงต้องถูกทบทวนอีกครั้ง

จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะคะเนี่ย
#1 By HAPPY WITH U ..,, * on 2007-02-09 20:07