เรื่องของมัน
posted on 02 Nov 2006 14:31 by greentale in MillionHeadStoriesเมื่อวานได้มีโอกาสออกไปดูชาวบ้านปลูกมันฝรั่งมาครับ ไม่ได้ออกไปข้างนอกวงจรซ้ำซากของตัวเองนานแล้ว พอดีมีคนชวนก็เลยไม่ปฏิเสธ ไปเห็นมาแล้วก็คิดว่าควรเขียนเก็บไว้ จะได้ไม่ลืม แล้วก็เผื่อมีใครอยากรู้ด้วย
เห็นแล้วก็นึกถึงโฆษณาในทีวี ที่สาวสวยถูกหลอกให้ไปดูต้นไม้ออกลูกเป็นไข่ ในทุ่งมันฝรั่งสีเขียวสวยกว้างสุดลูกหูลูกตา กว่าจะได้มาขนาดนั้นเนี่ยมีเรื่องต้องทำมากมายเชียว
มันฝรั่งที่ปลูกในบ้านเรามี 2 แบบ คือแบบสำหรับรับประทานสดและแปรรูป แบบทานสดนิยมปลูกพันธุ์ชื่อสปุนต้า หัวมีรูปร่างยาว ต่างกับแบบแปรรูปที่นิยมปลูกพันธุ์ชื่อแอตแลนติก หัวมีรูปร่างกลมเหมือนไข่
ส่วนที่ไปดูเมื่อวานเป็นการปลูกมันฝรั่งแปรรูปครับ
การปลูกมันฝรั่งจะใช้หัวพันธุ์ปลูก ชาวบ้านบางคนก็จะใช้หัวพันธุ์ที่เก็บไว้จากปีที่แล้ว บางคนใช้หัวพันธุ์นำเข้าใหม่ พวกที่ใช้หัวพันธุ์นำเข้าจะเป็นพวกที่ทำสัญญากับบริษัทแปรรูป เพราะบริษัทจะเป็นคนนำเข้าหัวพันธุ์มาให้ ปลูกแล้วได้ผลผลิตเท่าไหร่ก็ต้องขายให้บริษัทตามราคาที่ตกลงกันไว้ก่อน ไม่เสี่ยงเรื่องราคาแต่เสี่ยงหากไม่ได้ผลผลิตตามเป้า ส่วนพวกที่ใช้หัวพันธุ์เก็บจากปีที่แล้วหรือพวกที่อยู่นอกพันธะสัญญาก็รอลุ้นกัน หากหัวมันขาด ราคาซื้อแพง ก็จะขายได้ราคาดีกว่าราคาประกัน แถมต้นทุนค่าหัวพันธุ์ก็ยังต่ำกว่า แต่ถ้าราคาตก แทนที่จะได้กำไร อาจขาดทุนและต้องไปประท้วง (ได้ยินเขาว่าอย่างนั้นจริงๆ นะ)
นอกจากนี้เทคนิควิธีการปลูกก็ยังได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับเงื่อนไขในการปลูกอื่นๆ อยู่ตลอดโดยตัวเกษตรกรเอง
ที่สันทรายชาวบ้านจะเริ่มปลูกมันฝรั่งกันช่วงต้นฤดูหนาว เกี่ยวข้าวเสร็จก็ไถกลบตอซังข้าว ตากดินทิ้งไว้สองสามวัน ขึ้นแปลงแล้วก็ปลูก ปลูกเสร็จก็กลบแล้วให้น้ำ เวลาปลูกก็จะใส่ทั้งปุ๋ยอินทรีย์ ปูนและปุ๋ยเคมีไปพร้อมกันทีเดียว เรียกว่าปลูกเสร็จก็เหลือแต่คอยดูแลให้น้ำให้ยาไปจนเก็บเกี่ยวได้ นอกจากนั้นเดี๋ยวนี้แทบทุกขั้นตอนจะมีเครื่องจักรเข้ามามีเอี่ยว ทั้งแต่รถแทรคเตอร์ที่ใช้ไถที่ รถไถเดินตามสำหรับขึ้นแปลงปลูก กระทิงเล็กหรือโรตารี่ใช้กลบหลุมปลูก และรถไถที่กลับมาอีกครั้งตอนเก็บเกี่ยว เครื่องจักรเหล่านี้ช่วยให้งานเร็วขึ้น และประหยัดค่าจ้างแรงงานที่หายากและแพงขึ้นด้วย
ส่วนการปลูกก็นิยมปลูกแบบแถวเดี่ยว เพราะสะดวกสำหรับใช้รถไถเวลาเก็บเกี่ยว และยังมีผลพลอยได้เรื่องการระบายน้ำในบางปีที่ฝนตกนานถึงปลายปี เนื่องจากการปลูกแบบแถวเดี่ยวจะมีพื้นที่ให้น้ำขังน้อยกว่า จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคด้วย
แรงงานที่มาปลูกก็มีทั้งแบบจ้างเหมาสำหรับเจ้าของเครื่องจักร แบบจ้างรายวันสำหรับแรงงงานทั่วไป และแบบเอามื้อสำหรับคนที่มีที่ของตัวเองเหมือนกัน มาช่วยเพื่อแลกกับการช่วยปลูกในที่ของตัวเอง เป็นทั้งการแลกเปลี่ยนแรงงาน ข่าวสาร และเทคนิควิธีการ






มีเรื่องอีกมากมายที่ไม่อาจรู้ได้ในเวลาแค่ครั้งวัน แต่ใครว่าเกษตรกรไทยโง่ไม่รู้จักพัฒนา ผมเห็นว่าคงไม่จริง แต่จะพัฒนาได้เร็วเท่าภัยคุกคามที่มีคนหยิบยื่นให้หรือไม่ อันนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจ

#1 By หมาปุ๊ก on 2006-11-02 14:39