ข่าวเศร้า

posted on 31 Oct 2006 09:48 by greentale  in MillionHeadStories

วันที่ 9 ของเดือนที่ 10 ปี 2549 ผมทราบข่าวจากพี่ที่นับถือว่าอดีตเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งหายไปกับน้ำป่าที่ไหลทะลักลงมาจากยอดเขาตั้งแต่เมื่อตอนหัวค่ำของวันก่อน ขณะกำลังเดินทางกลับขึ้นดอยเพื่อไปทำงานในวันรุ่งขึ้น จนป่านนี้ยังไม่รู้ชะตากรรม ส่วนตัวเขาเองนั้นกลับขึ้นที่ทำงานไม่ได้เพราะมีดินถล่มปิดเส้นทางหลายจุด ข่าวที่ทราบทำเอาทั้งเขาและผมใจหายเพราะไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นที่นั่นและกับคนใกล้ตัวแบบนั้น แต่ก็ยังหวังกันว่า การที่ยังไม่มีใครพบจะเป็นข่าวดีมากกว่าข่าวร้าย เพื่อนคนนั้นอาจเพียงถูกน้ำพัดไปติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง อาจหลงทางหรือเพียงบาดเจ็บ และกำลังรอให้ใครไปช่วยเหลือ

การค้นหาดำเนินต่อมาอีกหลายวัน จากกำลังของเพื่อนๆ และหน่วยกู้ภัย แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า พบเพียงแต่มอเตอร์ไซค์ของผู้สูญหายในสภาพไม่ต่างจากเศษเหล็กที่ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ห่างจากจุดเกิดเหตุไกลหลายกิโลเมตร

จนทุกคนเริ่มทำใจ และฝากความหวังไว้กับศพที่เหลืออยู่ในโรงพยาบาลซึ่งถูกพบตั้งแต่วันรุ่งขึ้น ซึ่งเพื่อนๆ ที่ไปดูศพต่างไม่กล้ายืนยัน ทั้งจากสภาพของศพเองและสภาพใจของคนที่ยังหวังว่าเพื่อนจะไม่โชคร้ายขนาดนั้น และเมื่อศพไม่อยู่ในสภาพที่ใครจะยืนยันได้ทั้งจากเพื่อนและพ่อแม่ที่มารอฟังข่าวลูกชาย ทุกคนจึงต้องพึ่งการตรวจดีเอนเอ

18 วันหลังเกิดเหตุ ผลการตรวจดีเอนเอครั้งที่ 2 ยืนยัน 100 เปอร์เซนต์ว่าศพที่ว่าคือคนที่ทุกคนตามหา พิธีศพจึงถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายท่ามกลางความรู้สึกหดหู่ของเพื่อนๆ และญาติพี่น้อง

ชีวิตคนๆ หนึ่งจบลงแค่นั้น ด้วยวัย 26 ปี 11 เดือนกับอีก 2 วัน

ในแต่ละวันมีผู้คนมากมายจากเราไป ทั้งจากโรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ สงคราม ความอดอยาก ด้วยเหตุที่อาจป้องกันได้และไม่อาจป้องกัน ด้วยฝีมือมนุษย์ด้วยกันเอง และบทลงโทษจากฟ้าดินที่ถูกล่วงเกิน จะด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ การจากไปทุกครั้งทิ้งความโศกเศร้าไว้ในใจของคนที่ยังอยู่ แม้การตายจากจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกชีวิตจะต้องดำเนินไปสู่ เป็นสิ่งที่ใครไม่ว่ายิ่งใหญ่หรือร่ำรวยแค่ไหนก็ไม่อาจเลี่ยง ผมเองก็กลับคิดอย่างนั้นได้เพียงกับคนอื่นที่ไม่รู้จักสนิทสนม การจากไปของคนใกล้ชิด อย่างไรเสียก็คงยังเป็นเรื่องยากแก่การทำใจยอมรับ และอดคิดไม่ได้ว่าบางทีเหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพียงแค่อะไรๆ จะต่างไปจากนี้

...เพียงถ้าเขาจะเถลไถลไม่รีบกลับไปอีกสักวันหรืออีกสักเพียงชั่วโมง เพียงถ้าวันนั้นฝนจะไม่ตกหนักอย่างที่ไม่เคยตกมาก่อน เพียงถ้าจะมีใครเตือนเขาก่อนว่าควรระวังและไม่ควรกลับขึ้นดอยในวันที่มีฝนตกหนักแบบนั้น เพียงถ้าเขาจะไม่ลงมาเรียนต่อ เพียงถ้าเขาจะไม่ไปทำงานที่นั่นทั้งๆ ที่บ้านเกิดก็อยู่ไกลถึงอีกฝั่งของประเทศ เพียงถ้าอะไรๆ จะไม่เป็นอย่างที่เป็นอยู่...

อาจเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ที่จะมานั่งคิดอะไรแบบนั้น เมื่อคนก็จากไปแล้ว แต่กับคนที่ยังอยู่ล่ะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลสะเทือนหลายๆ อย่าง กับคนหลายๆ คนที่ต่างสถานะและต่างความคิด ทุกคนที่ผมแจ้งข่าวให้รู้ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าผมโชคดีที่ออกมาจากที่นั่นเสียก่อน ส่วนพ่อแม่ของลูกคนอื่นๆ บางคนก็ขอให้ลูกลาออกจากที่นั่นทันทีเมื่อรู้ข่าว

ครั้งหนึ่งผมเคยคิดว่าการได้ทำงานที่นั่นเป็นความฝันที่อยู่ไกลเกินเอื้อม จนเมื่อมันเป็นจริง ผมกลับพบว่าความฝันก็คือความฝัน แม้ว่าผมจะยอมรับและเคยเรียกที่นั่นว่าเป็นสวรรค์ มันก็เป็นแค่สถานที่สวยงามที่มีมนุษย์อาศัยอยู่เต็มไปหมด เป็นสถานที่สวยงามที่กำลังถูกบิดเบือนไปเพื่อประโยชน์บางอย่างที่ผมยากจะทำใจยอมรับว่าเป็นเรื่องเดียวกับที่ผมเคยรู้และศรัทธา ยิ่งยากขึ้นไปอีกเมื่อคิดถึงสิ่งที่ต้องสูญเสียไปเพียงเพื่อแลกกับเงินสำหรับใช้จ่ายดำรงชีพและความก้าวหน้าในเส้นทางที่ผมรู้สึกอึดอัด ในเมื่อผมยังมีเวลาและโอกาสที่จะทำอย่างอื่นที่จำเป็นต่อจิตใจและการมีชีวิตอยู่ของตัวเองได้

ถึงตอนนี้ผมยังหวังว่าผมเองน่าจะเป็นฝ่ายเข้าใจผิด และการออกมาจากที่นั่นก็เกิดขึ้นเพียงเพราะความไม่ได้เรื่องได้ราวของตัวเอง เพราะความคิดที่ฉาบฉวยและความยะโสของคนหนุ่มที่โง่เขลา

จะโดยตั้งใจหรือไม่ ผมก็ยังคิดว่าผู้คนที่ยังอยู่ที่นั่นต่างก็เป็นผู้เสียสละ การทำงานบนดอยมีเงื่อนไขหลายๆ อย่างที่ไม่สะดวกและปลอดภัยนัก ระยะทางไกลทำให้หนุ่มสาวต้องเลิกรากับคนรักเพราะไม่อาจรักษาใจกันได้ทั่วถึง พ่อแม่ต้องฝากลูกไว้กับญาติพี่น้องเพราะไม่มีเวลาเลี้ยงดู ส่วนคนที่เป็นลูกก็ต้องอยู่ไกลจากพ่อแม่ไม่อาจอยู่ช่วยเหลือดูแลกันได้ตามหน้าที่ คนป่วยไข้ไม่ได้รับการรักษาป้องกันอย่างทันท่วงที โอกาสหลายๆ อย่างอยู่ไกลเกินเอื้อมเพราะระยะทางและเส้นทางคดเคี้ยวสูงชันนั้น แม้แต่โอกาสที่จะมีชีวิตอยู่

แต่คนเหล่านั้นกำลังเสียสละเพื่ออะไร เพื่อคนอื่นหรือเพื่อชีวิตตัวเอง ผมเองคงตอบแทนใครไม่ได้ เพียงแต่หวังว่าพวกเขาจะรู้คำตอบ และคำตอบเหล่านั้นคงไม่ทำร้ายจิตใจของเขาอย่างที่ผมเคยรู้สึก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วรู้สึกเศร้าใจจริงๆค่ะ
ยังงัยก็ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่จากไปด้วยนะคะ
ทั้งๆที่น่าจะยังอยู่ทำประโยชน์ตอบแทนบุญคุณบ้านเมืองได้อีกเยอะแท้ๆ

#1 By LittleCancer on 2006-10-31 10:15

ขอเเสดงความเสียใจด้วยค่ะ
.
.
ขอให้เค้าไปสู่สุขคติค่ะ
.
.
เสียดายกับคนดีคนหนึ่งที่ต้องจากไป

#2 By *;*YaoiCuty*;* on 2006-10-31 10:28

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ
ยังไง เราก็ต้องก้าวเดินต่อไป
คิดซะว่า เค้าไปสบายแล้วนะคะ

#3 By [K]*ZZY™ on 2006-10-31 12:11

มันเศร้า จริงๆด้วย
เสียใจด้วยนะครับ
จริงอย่างว่า ในแต่ละวันมีทั้งผู้คนที่จากเราไป
รวมทั้งเสียงเด็กน้อยที่เพิ่งสัมผัสกับคำว่าชีวิต....
เรารู้สึกเพราะเป็นคนที่ใกล้ชิด ผูกพันธ์
หากเป็น นาย เอ(นามสมมุติ) ถูกหมากัดตาย บ้านอยู่ท้ายตลาดบ้านหนองควายโซ....
ซึ่งเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้หมู่บ้านที่ว่า อยู่ไหนกัน เราก็คงไม่รู้สึกอะไร...ที่รู้สึกเพราะรู้จัก ผูกพันธ์
ส่วนเรื่องฝัน การได้ทำตามฝันเป็นสิ่งที่น่าอิจฉา...แม้สุดท้ายค้นพบว่ามันไม่ใช่..ไปไม่รอด
ดีกว่าคนที่รีๆรอ แล้วปล่อยให้เวลาผ่านไปตั้งเยอะ

#5 By นาฬิกาทราย on 2006-10-31 20:07

อันนี้เศร้าจัง....ยังงัยน้องเค้าไปดีแล้ว เราคนข้างหลังต้องสู้กันต่อไป ....

#6 By เจ๊ (203.151.120.78) on 2006-11-10 15:32