ปาปาเลย์

posted on 19 Oct 2006 10:13 by greentale  in MillionHeadStories

รูปชายสูงอายุหัวเราะร่าบนหน้าปกวารสารเล่มหนึ่งคงไม่ทำให้ผมสนใจนัก ถ้าบังเอิญผมไม่รู้ว่ามันเป็นวารสารเกี่ยวกับเรื่องอะไร สาละวินโพสต์เป็นวารสารที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศพม่า ประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยยาวเหยียดตั้งแต่เหนือจรดใต้ ประเทศเดียวกับที่ตอนเด็กๆ ผมเคยเชื่อฝังใจว่าคนในประเทศนั้นเป็นศัตรู ถึงแม้จะไม่รู้อะไรมากไปกว่าเรื่องที่ผู้ชายที่นั่นนิยมนุ่งโสร่ง และเคยเข้ามายึดกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของแม่เมื่อหลายร้อยปีก่อน จนมีเรื่องล้อกันว่าการที่คนกรุงเก่ามักมีผิวสีคล้ำก็เพราะโดนพม่าบุกมาเผาเมืองตั้งแต่คราวนั้น

เมื่อโตขึ้นและคิดได้มากขึ้น ผมก็รู้ว่าเราไม่สามารถมองใครเป็นศัตรูได้ด้วยการเหมารวมเอาจากเชื้อชาติของเขา อันที่จริงเราไม่ควรมองว่าใครเป็นศัตรูด้วยซ้ำ ใครๆ ต่างก็มีเหตุผลและแรงผลักสารพัดให้ทำเรื่องต่างๆ แม้ว่าในจำนวนนั้นจะเป็นเรื่องเลวร้ายและทำให้เราเดือดร้อนหรือไม่พอใจ แต่อย่างน้อยความฝังใจดังกล่าวก็ทำให้ผมรู้จักและสนใจติดตามข่าวคราวของประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าอยู่บ้างตามโอกาส การได้รู้ถึงเรื่องราวชีวิตของผู้คนในดินแดนที่อยู่ห่างแค่ภูเขากั้นแต่กลับมีอะไรหลายอย่างต่างกันราวกับอยู่คนละโลก ชวนให้ตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตได้มากมาย

เหมือนเรื่องของชายสามคนบนปกสาละวินโพสต์ฉบับล่าสุด ในประเทศที่ประชาชนมีอิสระเสรีอย่างจำกัดจำเขี่ยภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการทหาร การวิพากวิจารณ์รัฐบาลถือเป็นเรื่องต้องห้ามที่อาจนำมาซึ่งความเดือดร้อนสาหัสจากการลงโทษที่ไม่อาจถามหาความยุติธรรม แต่ชายสามคนกลับเลือกที่จะท้าทายอำนาจรัฐบาลของตนผ่านการแสดงตลกเสียดสี เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความทุกข์ยากของผู้คนในประเทศให้กับชาวต่างชาติที่มาดูการแสดง โดยใช้โอกาสจากผลประโยชน์ที่รัฐบาลพม่าต้องการจากนักท่องเที่ยวเป็นเกราะป้องกันตัว แม้ว่าสองในสามจะเคยลิ้มรสการถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนและจองจำในคุกนานถึงห้าปีครึ่งในข้อหาเพียงแค่ทำให้รัฐบาลเสื่อมเสียชื่อเสียงมาแล้ว

ผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการปกครองหรือประเทศพม่ามากมาย ไม่รู้ที่มาที่ไปและความจำเป็นที่ก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ที่นั่น บางทีการปกครองแบบเผด็จการอาจจำเป็นสำหรับประเทศที่มีประชาชนหลากหลายเชื้อชาติที่ต่างก็มีกองกำลังของตัวเอง บางทีระบอบประชาธิปไตยที่ใครต่อใครที่นั่นเรียกร้องอาจนำมาซึ่งหายนะทางวัฒนธรรมประเพณีและกลายเป็นเครื่องมือให้นายทุนผู้หิวโหยกอบโกยเอาทรัพยากรธรรมชาติที่ยังมีอยู่เหลือเฟือไปบำรุงบำเรอความอยากอันไม่สิ้นสุดของตัวเองอย่างที่เห็นตัวอย่างอยู่ไม่ไกล

มีหลายเรื่องที่ผมไม่รู้ ไม่เข้าใจ และการรับรู้ข้อมูลจากฟากฝั่งเดียวก็คงไม่เพียงพอให้อาจตัดสิน เพียงแต่เรื่องของคณะตลกชื่อปาปาเลย์ทำให้ผมแน่ใจ ว่าสิ่งเดียวที่จะแย่งเอาความอิสระของเราไปได้ ก็คือความหวาดกลัวที่อยู่ในใจของตัวเราเอง ไม่ใช่อำนาจจากกระบอกปืนของใครที่ไหน

"ไม่ควรที่ประชาชนจะเกรงกลัวรัฐบาลของตน รัฐบาลต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายเกรงกลัวประชาชน" คำพูดของชายใส่หน้ากากดังแว่วอยู่ที่ไหนสักแห่ง

...............................................................

สาละวินโพสต์มีเว็บไซท์เป็นของตัวเอง อยู่ที่นี่ครับ http://www.salweennews.org/

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet