01.00 น. คืนวันที่ 11 ของเดือนที่ 9 ปี 2549 ผมพึ่งจะกลับมาถึงห้องก่อนที่ฝนจะเทลงมาไม่กี่นาที หลังจากขลุกอยู่ที่ร้านหนังสือปิดดึกมาตั้งแต่หัวค่ำ พูดคุยกันเกี่ยวกับความเป็นไปของร้าน และจบลงด้วยการชวนกันไปดูตึกแถวที่คาดว่าอาจเป็นที่อยู่ใหม่ในเร็ววันนี้ เพราะที่เดิมกำลังจะถูกทุบทิ้งเมื่อหมดสัญญาเช่ารอบถัดไป

ผมไม่ได้เป็นเจ้าของร้าน แต่ก็วนเวียนไปมาจนรู้จักและคุ้นเคยกับทุกคนในร้าน ถึงกับเคยร่วมหุ้นเปิดร้านสาขาที่ต้องปิดไปตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดเป็นเรื่องเป็นราว อนาคตของร้านเดิมที่ยังเปิดอยู่จึงเป็นเรื่องที่ผมสนใจอยู่ตลอด จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองไม่มีส่วนในเรื่องที่เป็นธุรกิจและควรวุ่นวายแต่พองาม

ผมรู้จักร้านหนังสือร้านนี้ตั้งแต่ที่ผมยังอาศัยอยู่ห่างออกไปอีกฟากหนึ่งของประเทศ จนได้แต่หวังว่าถ้ามีโอกาสได้มาที่นี่จะแวะไปเยี่ยมเยียนให้ได้ ตอนนั้นผมได้แต่คิดว่า นี่แหละต้นแบบความฝันของผม ร้านหนังสือเล็กๆ สักร้านที่ผมอยากมี หลายปีนับจากนั้นผมไม่เพียงมีโอกาสมา แต่ยังได้อยู่อาศัยในเมืองเดียวกันนี้เลยด้วย ถึงอย่างนั้นก็ยังผ่านไปอีกเป็นปีกว่าที่ผมจะได้แวะมาจริงๆ
เวลาผ่าน ตัวผมเองก็เปลี่ยน ทั้งวัยและความคิด แต่ความฝันอยากจะมีร้านหนังสือนั้นยังไม่เคยเปลี่ยน การที่ได้มาและรู้จักกับร้านทำให้ผมรู้ว่าการจะมีร้านหนังสือสักร้านไม่ใช่เรื่องง่ายและวุ่นวายกว่าในความฝัน จะเล็กหรือใหญ่ธุรกิจก็คือธุรกิจ เลี่ยงไม่ได้กับการคิดเรื่องกำไรขาดทุน ผมพักเรื่องความฝันของตัวเองเอาไว้ก่อน ทั้งด้วยความที่ยังไม่พร้อมในหลายๆ เรื่อง และความคิดที่ว่า ตราบเท่าที่ยังมีร้านหนังสือแบบที่ผมอยากมีตั้งอยู่ที่นี่ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมีร้านหนังสือแบบเดียวกันเพิ่มขึ้นอีกในที่เดียวกัน ผมจึงยินดีที่จะช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำได้ เพื่อให้ร้านนี้อยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ในแบบที่ผมพอจะยอมรับได้ด้วย

แต่ร้านหนังสือแบบไหนกันที่ผมฝันอยากให้มี


หนังสือไม่ได้เป็นแค่ปึกกระดาษที่มีตัวอักษรอยู่ข้างใน ตั้งแต่ตำราเรียนน่าเบื่อหน่ายไปจนถึงนวนิยายสุดคลาสสิก หนังสือแต่ละเล่มมีคุณค่าจากเรื่องราวเฉพาะในตัวของมันเอง และคุณค่าของมันจะถูกค้นพบก่อต่อเมื่อมันได้พบคนที่มองหาอยู่ ผมอยากมีร้านหนังสือที่เข้าใจเรื่องแบบนั้น ร้านที่ไม่เพียงแต่ขายหนังสือ แต่ยังชวนคนให้อ่านหนังสือ ช่วยให้คนได้ค้นพบหนังสือที่ต้องการ ร้านที่ใส่ใจหนังสือทุกเล่มที่ขาย และคนทุกคนที่เดินเข้ามาหาหนังสือ ไม่ใช่ทำอะไรก็ได้เพื่อที่จะขายหนังสือให้ได้มากที่สุด ผมอยากมีร้านหนังสือที่ให้เวลาเต็มที่กับผู้ซื้อได้ตามหาหนังสือที่ตัวเองต้องการ และให้โอกาสเต็มที่กับหนังสือแต่ละเล่มให้ได้พบคนที่ตามหา ซึ่งดูเหมือนว่าร้านหนังสือร้านไหนๆ ก็เต็มใจจะทำแบบนั้น แต่ส่วนใหญ่ก็มักเห็นหนังสือเป็นแค่สินค้า และเห็นคุณค่าของมันเพียงว่ามันขายได้หรือไม่ได้ หนังสือหลายเล่มจึงถูกละเลยเมื่อมันยังอยู่บนชั้นนานเกินไป

ผมอยากมีร้านหนังสือเพราะผมอยากมีเวลาอ่านหนังสือทุกเล่มที่ผมสนใจ ซึ่งมันคงเป็นไปไม่ได้ถ้ามันเป็นกิจการที่มีแต่ขาดทุน ผมไม่ได้หวังว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ การได้มาคลุกคลีอยู่กับร้านเล่าอยู่เป็นปีทำให้ผมเชื่อแบบนั้น


edit @ 2006/09/12 10:19:53

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอาใจช่วยให้คุณมีร้านหนังสือที่ตั้งใจนะคะ เพราะหนังสือทุกเล่มคงจะมีความสุขที่ได้อยู่ในร้านของคนที่มีความรักและเข้าใจหนังสือจริงๆ

#1 By Apple@Big on 2006-09-12 10:47

เอาใจช่วยด้วยอีกคนครับ ^^

ว่าแต่ร้านนี้จะ้ย้ายไปอยู่ที่ไหนเนี่ย ดูน่ารักดี อยากแวะไปอุดหนุนครับ :D

#2 By soundsyndrome on 2006-09-12 10:51

ร้านเล่าอยู่ที่เชียงใหม่ครับ
ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตรงกาดเชิงดอย

#3 By [Greentale] on 2006-09-12 10:58

ร้านหนังสือก็เพียงเป็นได้แค่ร้านหนังสือ
สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือหนังสือ
สิ่งที่อยู่ในหนังสือก็สำคัญ
สิ่งสำคัญก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าสำคัญ
เพราะฉะนั้น อย่าให้ความสำคัญ
ได้แต่ทำตามที่ใจฝัน
แล้วเพียงตอบในใจกับตัวเองเบาๆว่า
เมื่อตอนเค้านั่งอ่าน ยืนอ่านหนังสือ
ของคุณอยู่ในร้าน "เล่า" หรือเพียง
วางสิ่งที่จะเป็นทุนให้คุณต่อเติมความสมบูรณ์ของร้าน "เล่า" แล้วก็เดินออกไปพร้อมหนังสือ เล่มที่เค้าต่างเลือก
สิ่งใดกันที่คุณก็ต่างต้องเลือก..

....แล้ว สุดท้าย คุณก็ต้องเลือกสิ่งที่เรียกว่า ความเป็นจริง

"ผมอยากมีร้านหนังสือที่เข้าใจเรื่องแบบนั้น"

.. ..สุดท้าย อย่างน้อยคนที่ไม่ค่อยจับหนังสือมาอ่านอย่างผม ก็พอรู้ว่าจะมีสถานที่ที่หนึ่งที่ทำให้ผมได้เปิดมุมมองความคิด ปิดโลกทัศอันแคบขุ่น และต่างว้าวุ่น ไร้แก่นสาร แม้จะแค่ที่เดียว(ในตอนนี้) ก็ตาม.. ..

#4 By Iche' on 2006-09-12 11:40

อยากทำสิ่งที่ฝันกันทั้งนั้น....
แต่ทุกอย่างใช่ว่าเราจะจับเสือมือเปล่าได้..
จะขึ้นรถเมล์ ก็ต้องมีเงินจ่ายค่ารถนะ
ก่อนที่จะไปทำสิ่งที่ฝัน อาจต้องยอมทำสิ่งที่ไม่ใช่ฝัน เพื่อให้มีเงินมากพอ เอาไปทำสิ่งที่ฝันน่ะ...ฝันรอได้ ปากท้องรอไม่ได้

#5 By นาฬิกาทราย on 2006-10-23 12:18