ผมและเรื่องเพ้อเจ้อที่ติดมาตั้งแต่เด็ก
posted on 12 Sep 2006 10:18 by greentale in MillionHeadStories01.00 น. คืนวันที่ 11 ของเดือนที่ 9 ปี 2549 ผมพึ่งจะกลับมาถึงห้องก่อนที่ฝนจะเทลงมาไม่กี่นาที หลังจากขลุกอยู่ที่ร้านหนังสือปิดดึกมาตั้งแต่หัวค่ำ พูดคุยกันเกี่ยวกับความเป็นไปของร้าน และจบลงด้วยการชวนกันไปดูตึกแถวที่คาดว่าอาจเป็นที่อยู่ใหม่ในเร็ววันนี้ เพราะที่เดิมกำลังจะถูกทุบทิ้งเมื่อหมดสัญญาเช่ารอบถัดไป

ผมไม่ได้เป็นเจ้าของร้าน แต่ก็วนเวียนไปมาจนรู้จักและคุ้นเคยกับทุกคนในร้าน ถึงกับเคยร่วมหุ้นเปิดร้านสาขาที่ต้องปิดไปตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดเป็นเรื่องเป็นราว อนาคตของร้านเดิมที่ยังเปิดอยู่จึงเป็นเรื่องที่ผมสนใจอยู่ตลอด จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองไม่มีส่วนในเรื่องที่เป็นธุรกิจและควรวุ่นวายแต่พองาม
ผมรู้จักร้านหนังสือร้านนี้ตั้งแต่ที่ผมยังอาศัยอยู่ห่างออกไปอีกฟากหนึ่งของประเทศ จนได้แต่หวังว่าถ้ามีโอกาสได้มาที่นี่จะแวะไปเยี่ยมเยียนให้ได้ ตอนนั้นผมได้แต่คิดว่า นี่แหละต้นแบบความฝันของผม ร้านหนังสือเล็กๆ สักร้านที่ผมอยากมี หลายปีนับจากนั้นผมไม่เพียงมีโอกาสมา แต่ยังได้อยู่อาศัยในเมืองเดียวกันนี้เลยด้วย ถึงอย่างนั้นก็ยังผ่านไปอีกเป็นปีกว่าที่ผมจะได้แวะมาจริงๆ
เวลาผ่าน ตัวผมเองก็เปลี่ยน ทั้งวัยและความคิด แต่ความฝันอยากจะมีร้านหนังสือนั้นยังไม่เคยเปลี่ยน การที่ได้มาและรู้จักกับร้านทำให้ผมรู้ว่าการจะมีร้านหนังสือสักร้านไม่ใช่เรื่องง่ายและวุ่นวายกว่าในความฝัน จะเล็กหรือใหญ่ธุรกิจก็คือธุรกิจ เลี่ยงไม่ได้กับการคิดเรื่องกำไรขาดทุน ผมพักเรื่องความฝันของตัวเองเอาไว้ก่อน ทั้งด้วยความที่ยังไม่พร้อมในหลายๆ เรื่อง และความคิดที่ว่า ตราบเท่าที่ยังมีร้านหนังสือแบบที่ผมอยากมีตั้งอยู่ที่นี่ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมีร้านหนังสือแบบเดียวกันเพิ่มขึ้นอีกในที่เดียวกัน ผมจึงยินดีที่จะช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำได้ เพื่อให้ร้านนี้อยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ในแบบที่ผมพอจะยอมรับได้ด้วย

แต่ร้านหนังสือแบบไหนกันที่ผมฝันอยากให้มี
หนังสือไม่ได้เป็นแค่ปึกกระดาษที่มีตัวอักษรอยู่ข้างใน ตั้งแต่ตำราเรียนน่าเบื่อหน่ายไปจนถึงนวนิยายสุดคลาสสิก หนังสือแต่ละเล่มมีคุณค่าจากเรื่องราวเฉพาะในตัวของมันเอง และคุณค่าของมันจะถูกค้นพบก่อต่อเมื่อมันได้พบคนที่มองหาอยู่ ผมอยากมีร้านหนังสือที่เข้าใจเรื่องแบบนั้น ร้านที่ไม่เพียงแต่ขายหนังสือ แต่ยังชวนคนให้อ่านหนังสือ ช่วยให้คนได้ค้นพบหนังสือที่ต้องการ ร้านที่ใส่ใจหนังสือทุกเล่มที่ขาย และคนทุกคนที่เดินเข้ามาหาหนังสือ ไม่ใช่ทำอะไรก็ได้เพื่อที่จะขายหนังสือให้ได้มากที่สุด ผมอยากมีร้านหนังสือที่ให้เวลาเต็มที่กับผู้ซื้อได้ตามหาหนังสือที่ตัวเองต้องการ และให้โอกาสเต็มที่กับหนังสือแต่ละเล่มให้ได้พบคนที่ตามหา ซึ่งดูเหมือนว่าร้านหนังสือร้านไหนๆ ก็เต็มใจจะทำแบบนั้น แต่ส่วนใหญ่ก็มักเห็นหนังสือเป็นแค่สินค้า และเห็นคุณค่าของมันเพียงว่ามันขายได้หรือไม่ได้ หนังสือหลายเล่มจึงถูกละเลยเมื่อมันยังอยู่บนชั้นนานเกินไป

ผมอยากมีร้านหนังสือเพราะผมอยากมีเวลาอ่านหนังสือทุกเล่มที่ผมสนใจ ซึ่งมันคงเป็นไปไม่ได้ถ้ามันเป็นกิจการที่มีแต่ขาดทุน ผมไม่ได้หวังว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ การได้มาคลุกคลีอยู่กับร้านเล่าอยู่เป็นปีทำให้ผมเชื่อแบบนั้น
edit @ 2006/09/12 10:19:53
#1 By Apple@Big on 2006-09-12 10:47