นักอยากเขียน

posted on 11 Sep 2006 11:16 by greentale  in MillionHeadStories

ผมอ่านเจอที่ไหนจำไม่ได้แล้วว่า "ถ้าอยากเป็นนักเขียน ให้เขียนเรื่องที่ตัวเองรู้" ในใจแอบคิดกวนตามสันดานว่า "เรื่องที่ไม่รู้ใครมันจะไปเขียนได้ยังไง" แต่พอผมนึกอยากจะเขียนอะไรขึ้นมาบ้าง ก็กลายเป็นว่ามือมันพาลจะเขียนแต่เรื่องที่ตัวเองไม่ค่อยรู้ซะนี่ เริ่มเขียนอะไรทีไรเป็นตายกลางทาง ไปไหนไม่ถูกทุกที ยิ่งดันทุรังเขียนต่อก็ยิ่งออกนอกเรื่อง หาทางจบไม่ถูก

อดสงสัยไม่ได้ว่า หรือตัวเองจะไม่รู้อะไรเป็นเรื่องเลยสักอย่าง เลยเขียนอะไรไม่สำเร็จสักที น่าสงสารพ่อแม่ เสียเงินส่งเรียนหนังสือไปเท่าไหร่ไม่รู้

แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ หนึ่งจะไม่มีเรื่องที่ตัวเองรู้เลยสักเรื่อง นั่งคิดดีๆ ผมคิดว่าที่ผมเขียนอะไรไม่ได้เป็นเรื่อง ไม่ใช่เพราะว่าผมไม่รู้ แต่เป็นเพราะผมไม่กล้าต่างหาก ไม่กล้าเขียนสิ่งที่คิดว่าตัวเองรู้ ไม่กล้ารับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองกำลังจะเขียน กลัวว่ามันจะเป็นเรื่องไม่เข้าท่า กลัวว่าความคิดความเข้าใจของตัวเองนั้นจะผิดพลาด กลัวว่าคนอ่านจะหัวเราะเยาะ กลัวล้าสมัย ไม่ฮา ไม่ซึ้ง ไม่มีอะไรเป็นสาระ
สุดท้ายก็วนมาที่เดิมว่า อ่านที่คนอื่นเขียนเอาท่าจะดีกว่า อย่าอาจหาญไปเสนอหน้าเขียนอะไรเลย

แต่มันก็ตัดใจไม่ได้สักที ถึงจะเขียนไม่จบ เขียนแล้วไม่เป็นเรื่อง เขียนแล้วโยนทิ้ง เผลอเมื่อไหร่เป็นได้จับปากกามาเขียนอีก ไม่มีกระดาษปากกาติดตัวเป็นต้องกระวนกระวายเหมือนไม่ได้ใส่กางเกงใน ไปไหนเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง

เอาละสิ ทำท่าจะค้างกลางทางอีกตามเคย ชักจะไปไหนไม่ถูก หาทางจบไม่ได้อีกแล้ว

ไม่รู้หรือไม่กล้าให้ผลเหมือนกันคือไม่ได้เขียน ไม่ต้องคิดไกลไปถึงเรื่องเขียนให้ดี ให้คนอื่นอ่านแล้วเข้าใจ อ่านแล้วประทับติดตรึงในความรู้สึก เรื่องนั้นต้องอาศัยการฝึกฝน แก้ไขปรับปรุง ตามเสียงวิพากษ์วิจารณ์อีกหลายยก

แต่เดี๋ยวก่อน นี่ผมกำลังหลงทางอีกหรือเปล่า แรกทีเดียวผมแค่อยากเขียนเพื่ออธิบายความคิด ระบายความรู้สึกของตัวเองต่อเรื่องต่างๆ ออกมาเป็นตัวหนังสือ ครั้นลงมือเขียนก็คิดกังวลไปว่าคนอ่านเขาจะไม่ชอบ อ่านแล้วไม่สบอารมณ์ นี่มันเหมือนจะเป็นคนละเรื่อง แค่จับปากกาผมก็ลืมไปแล้วว่าทำไมผมถึงคิดจะเขียน

การเขียนช่วยให้คนเขียนได้ระบายความรู้สึกของตนออกมา ได้พัฒนาความคิดจากการใคร่ครวญถึงเรื่องที่เขียนอย่างเป็นเหตุเป็นผล เรื่องไหนที่เขียนแล้วยังติดขัดก็จะได้รู้ว่าตัวเองยังไม่เข้าใจอะไร จะได้ค้นคว้าหาความรู้เพิ่ม ภาษาที่ใช้ก็เป็นไปเพื่อสื่อความให้ตรงกับความคิดความรู้สึกมากที่สุด การที่จะมีคนอ่านหรือไม่นั้นเป็นผลพลอยได้ต่างหาก

หลงจมอยู่ในความเข้าใจผิดอยู่เสียนาน นี่ถ้าไม่คิดเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาป่านนี้คงยังคิดไม่ออก ได้แต่เขียนอะไรไม่จบอยู่เหมือนเดิม


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แค่คิดจะเริ่ม ก็สำเร็จไปครึ่งแล้ว อีกครึ่งหนึ่ง นิดเดียวเอง

#1 By Backpacker on 2006-09-11 11:25

ขอบคุณคร้าบ

#2 By [Greentale] on 2006-09-11 11:34

มีเรื่องจะเขียนเหมือนกัน แต่แรงบันดาลใจยังไม่มาอ่ะ เลยเขียนไม่ได้

#3 By น้ำตาล on 2006-09-11 11:44

เขียนไปสิ เขียนเขียนไป ถ้าอยากเขียน
เขียนเขียนเขียน เขียนให้เพลิน อย่าเกินอยาก
เขียนไม่จบ เขียนแล้วลบ มันเขียนยาก
แต่ถ้าหาก ไม่เริ่มใหม่ ไยเขียนดี.. ..รวนชิ

ไม่และมิอ่าน อาจมาสอนสั่งท่านแต่อย่างใด
ข้าน้อยเพียง แค่ อยาก .. .."เขียน"

ขอบคุณฮับ ที่ให้เขียน

#4 By Iche' on 2006-09-12 11:50

นานสิ เนิ่นนานที่ลืมความสุขขงการได้เขียนหนังสือ และความฝันชิ้นนี้ไปเสียแล้ว

#5 By mistersky (202.28.27.3 /192.168.101.43, 202.28.25.133) on 2006-09-13 02:39

เอาแล้วล่ะสิ
มาเจอคนอยากเขียนเหมือนกันเลย บ่อยครั้งที่เป็นแบบคุณเพราะมัวเอาสิ่งที่ตนเขียนไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วมาดูของตัวแล้วไม่ได้เรื่องจึงล้มเลิกไป...เอาเข้าจริงเราจะแคร์ทำไมในเมื่อแต่ละคนมีสไตล์การเขียนที่ไม่เหมือนกันมัวกลัวอยู่แล้วเมื่อไหร่จะได้เขียนแต่จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังเขียนไม่ได้อ่ะ ...เพราะมัวแต่อ่าน55
เอ้า..สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้คนอยากเขียน(เหมือนกัน)ค่ะรออ่านเสมอ

#6 By sofa on 2006-10-12 11:21